หลังจากมาวิ้ดว้ายคราวที่แล้วก็หายไปแว้บหนึ่ง
ปิดเทอมที่คิดว่าน่าจะว่าง ในความเป็นจริงก็ไม่ค่อยจะว่างเท่าไหร่นะ
วันส่งงานวิชาสุดท้ายฉันนั่งเขียนลิสว่าจะทำอะไรช่วงปิดเทอม…
ไม่อยากบอกว่าเยอะมาก!
.
ขอโชว์ลิสคร่าวๆ ให้ดูว่ามีอะไรมั่ง
- เตรียมภาพสำหรับงานนิทรรศการ(กลุ่ม) *priority*
- วาดภาพประกอบนิยาย
- มองหาหนังสือแฟลชมาอ่าน เพราะลงวิชา animationเทอมหน้า (ตายแน่ *o*)
- อ่านเทกซ์วิชาการที่อาจารย์ร่ายมาตั้งแต่ต้นเทอม (และฉันก็(ได้แต่)จดชื่อเอาไว้ เทกยากและเกินความเข้าใจ ฉันพยายามหนีความจริงอยู่..)
- เสกตภาพทุกวัน (ปิดเทอมมาอาทิตย์นึงแล้วยังไม่ได้เสกตซักกะภาพ)
- สังคม ส่วนตัว และที่ร๊ากก <3 (อันนี้ทำมากที่สุด 55)
- เข้าห้องสมุด (เริ่มงานวิจัยทางศิลปะ..ศึกษาศิลปะมากขึ้น ไปยืมหนังสือมาสองเล่มละ)
- อัพบล๊อค…(สา…ธุ)
- วาดมังกะ หรือ ภาพไสตล์มังกะ (เวปตรูร้างมาครึ่งปีละ)
- จัดระเบียบเวป (งงได้อีก)
ฯลฯ
(ปล.ทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายในหกอาทิตย์!)
.
ตอนนี้เริ่มทำอย่างละนิดละหน่อย สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จอันดับแรกคงเป็นเตรียมภาพสำหรับงานนิทรรศการกลุ่ม
ตื่นเต้นเนอะจะมีงานได้โชว์แล้ว เพิ่งส่งอาร์ตติสสเตตเมนท์ไป (โดนทวงมานาน) จ่ายตังค์ค่าที่ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
เหลือแต่ปั่นภาพให้ได้ตามจำนวนที่เราหวังไว้..และเตรียมภาษาอังกฤษสุดพิการของฉันไปเมาท์กับแขกในงาน
.
ส่วนเรื่องงานนิทรรศการที่ฉันจะในต้นเดือนหน้า รายละเอียดยังไงจะเอามาเล่าให้ฟังอีกที (ตอนนี้รอใบปลิวจากทางกลุ่มอยู่)
.
.
เอาล่ะไหนๆ หายไปนานแล้ว ก็เอาภาพงานเมเจอร์มาฝากให้แก้เหงากันไปก่อน
โปรเจคที่ฉันทำในวิชาเพ้นท์ติ้งเทอมที่ผ่านมาชื่อว่า Memento Mori
ตอนที่เขียนพร๊อพพอซั่ลส่งอาจารย์ก็แบบไม่ได้คิดอะไรมาก เอาชื่อฉันกับม๊อตโต้ประจำตัวส่งไป
วาดภาพสวยๆ อะไรซักอย่างประกอบไป โป๊ะเช๊ะ ขำๆ เดี๋ยวก็เสร็จ…
แต่นะ…ขำๆ ที่ไหนได้ ปวดเฮดตึบๆ ตลอดเทอมก็เพราะโปรฯนี้แหละ
.
.
.
การคิดงาน fine art อย่างนึงที่ฉันได้รู้จากที่ Cofa นี่ก็คือแนวคิดนั้นมาก่อนความสวยงามของภาพ
ภาพเน่ายังไงถ้าท่านสามารถอธิบายบรรยายสาธยายร่ายกาพย์ออกมาได้ว่าทำไมท่านถึงวาดอย่างที่ท่านวาด
ท่านก็สามารถเอาตัวรอดปลอดภัยได้
ถ้ามีคนมาถามฉัน…ทำไมฉันถึงวาดอย่างที่ฉันวาด ฉันก็คงตอบว่า ก็ชอบอ่ะ ฉันรักวาดรูป (ทำหน้าตาแบบนางสาวไทยรักเด็ก)
ผ่าซากสิ้นดี ไม่ผ่านค่ะ
โชคดีที่ได้เจอเพื่อน(และที่รัก)ที่แสนดีและได้พยายามเล่า บอก เตือน ขู่ และเข็ญให้ฉันคิดว่าทำไมฉันถึงวาดอย่างที่ฉันวาดก่อนที่จะไปโดนเชือดต่อหน้าอาจารย์
ตอนแรกๆฉันรู้สึกอึดอัดมาก (จะอะไรกับตรูมากมายยยย ตรูวาดคนสวยเป็นคนสวยได้ก็ประเสริฐแล้ววววเว้ยยย)
เพราะฉันมีเพื่อนที่เป็นเด็กในคณะ(ที่ไม่ใช่พวกเด็กเบบี๋ปีหนึ่ง)และเวลาท่านๆไปแฮงค์เอาท์กันก็จะยกเรื่องศิลปะขึ้นมาคุย
พวกมันสามารถแจกแจงเหตุผล องค์ประกอบออกมาได้เป็นช่อทๆ ทำไมถึงชอบ ไม่ชอบ
ฉันก็ได้แต่นั่งอ้าปากค้างอึ้งๆ ภาษาอังกฤษก็ยังไม่แข๊งยังต้องมาคิดอะไรอย่างนี้ไปคุยกับพวกมันอีก
เครียดนะ! แต่ด้วยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ล่ะมั๊ง ฉันก็ดีขึ้นทีละนิดๆ เหมือนโดนล้างสมองให้เป็นอย่างพวกมันไปในตัว 55!
ด้วยเหตุนี้ ฉันก็เลยมีทฤษฏีที่เมคๆ มั่วๆ ของงานดิฮั้นที่อาจารย์เหมือนจะยกธงเขียวให้
โล่ง…ใจ
(แต่เพื่อนร่วมคลาส-รุ่นพี่ก็บอกมาว่าเทอมแรกอาจารย์เค้าไม่ค่อยอะไรมากกับเราดอก วาดๆไปเถอะ)
.
.
.
กลับมาที่งาน Memento Mori…
เนื่องจาก Memento Mori เป็นคำพังเพย (คำเตือนใจ เตือนสติ…ภาษาไทยมันเรียกว่าอะไรหว่า) ลาตินที่แปลว่า “จำไว้ว่ายังไง(เจ้า)ก็ต้องตาย” มันก็เป็นสัจธรรมของโลกอ่ะนะ แต่ก็คิดว่าเอาล่ะ ทำยังไงมันถึงจะเป็น Memento Mori ของ Mori
เริ่มคิดก่อนว่า…โมรินั่นมีองคประกอบอะไรมั่ง
- โมริเป็นเด็ก(กะเหรี่ยง)ไทย
- โมริเริ่มวาดรูปจากการ์ตูนญี่ปุ่น ลามไปถึง classic art
- โมรินับถือศาสนาพุทธ…
- โมริค่อนข้างปรัชญาในบางเวลา(ที่สติดี)
- โมริชอบวาดผู้ชายหล่อๆ วายๆ ด้วยก็ดี…
- เพราะงั้น..โมริเลยอยากวาดฟิกเกอร์หล่อๆ
ทั้งหมดนี้บวกกัน เลยได้งานชิ้นนี้ Memento Mori ในมุมมองศาสนาพุทธและเป็นแนวมังกะผู้ชายหล่อ
XD
.
.
อาจฟังดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นะ…แต่อาจารย์บอกฉันว่าถ้าสนใจอะไรก็เอาทั้งหมดนั้นมารวมกันนั่นแหละ
ฉันก็ทำตามนั้น(ว่าง่าย) แต่ตอนพรีเซนท์กลางภาคนี่แอบเขิลตอนพูดหน้าชั้นว่า“ฉันชอบวาดฟิกเกอร์คน แต่ชอบวาดผู้ชายเป็นพิเศษ” (ทั้งห้องหัวเราะกันใหญ่..จริงๆจะต่อว่าชอบวาดเกย์มากที่สุด แต่เกรงจายเพื่อนๆ)
เอาล่ะร่ายมายาวแล้วลองไปดูรูปดีกว่า
(อาจจะมีลายน้ำให้รำคาญตาอยู่บ้างขออภัยในความไม่สะดวก)

จัดอย่างกับชั้นไหว้พระ -.-...คืออาจารย์เค้าจะเดินประเมินไปตามหลุมๆ งัย เขียนให้อาจารย์ไปที่ไหนเขาก็จะไปที่นั่น...ฉันใช้ที่ของฉันจัดออกมาอย่างพอเพียง...ก็ได้ประมา๊ณนี้ (เปลี่ยนสเปซสตูตัวเองให้เป็นเขียง) ตามที่เห็นตรงกลางเป็นภาพที่เสร็จแล้ว ด้านขวาก็เสร็จแล้ว ซ้ายนี่คือโชว์ให้ดูมีไอเดียนะจ๊ะ แต่ยังไม่ออกมาเป็นรูปร่าง (55+) พร้อมกับพร้อมพอซั่ลและอาร์ตติสสเตทเมนท์ ข้างล่างเป็นเสกตแล้วก็ข้อมูลอ้างอิง

Wheel of Suffering

Your Unseen Twin

The More You See, the More You Don't See ฉันชอบรูปนี้ เป็นรูปแรกที่เริ่มลงสีั ค่อยๆใช้สีน้ำที่ปาดเพิ่มน้ำหนักไป รู้สึกว่าสีหวานดี (ชมพูกับเขียว) ปล.ของจริงสวยกว่านี้เยอะนะคะ อิอิ

The Death Recollection

Keep Death in Mind ยังไม่เสร็จค่ะ ได้แบบมาจากคนแถวๆนี้

Life Judgement in an Emergency Roomร่างออกมาแบบไม่ได้คิดอะไรมากคงยังไ่ม่เสร็จเพราะรู้สึกน่าจะเพิ่มอะไรได้อีกหน่อย รูปแนวนอนมีหลายเวอร์ชั่นมาก อยาก(มีเวลา)วาดออกมาทั้งหมดจัง >_<

The Losing Soul รูปนี้ยังงงๆ อยู่ว่าตัวฉันต้องการสื่ออะไร...รอดูกันต่อไป
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำโปรเจค(วิชาเมเจอร์)นี้…
- การที่ได้ฝึกคิดมองสิ่งรอบตัว วิเคราะห์ตัวเอง และพรีเซนต์ในสิ่งที่คิด
- การทำงานไฟน์(ฟาย)อาร์ต ไม่จำเป็นต้องแพลนเป๊ะๆๆ บางทีเว้นจังหวะให้ไอเดียที่ไม่คาดคิด (ต่างจากคอมเมอเชี่ยลอาร์ต หรืองานอิลลิสอ่ะนะ)
- การที่อาจารย์ยกยอปอปั้นมากตอนกลางภาคก็สร้างเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง…เพราะงั้นเรามายกยอปอปั้นกันเถอะ! (ล้อเล่น)
- (ต่อ) ทำให้คนขี้กลัวอย่างฉันกล้าคิดเองทำเองมั่วเองมากขึ้น…
- การมารร.ศิลปะไม่จำเป็นต้องได้เรียนวาดคนสวยให้สวยยิ่งขึ้น เพราะฉันแทบไม่ได้เรียนเทคนิคอะไรเลย -.-
(จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอาจารย์เคยจับพู่กันสาธิตลงสีหรือวาด..ไม่มี๊!)
- ทุกคนไม่จำเป็นต้องวาดรูปสวย แต่ต้องพยายามดึงความถนัดและตัวตนของแต่ละคนออกมาให้ได้ (พยายามกันต่อไป…)
- อย่างฉันอาจารย์บอกว่า…สีขาวนั้นเหมาะกับเธอพยายามลงสีให้ขาวที่สุด …งงมากค่ะ
- งานแนวพรีราฟาไลท์เหมาะกับฉันมาก..อาจารย์เดาถูกเพราะหนูชอบงานแนวนี้ค่ะ
- อาจารย์บอกต่อด้วยว่า…ให้ไปฟังเพลง Boys Boys Boys ซะ เพลงนี้สำหรับเธอ!
.
.
รักทุกคน จุบุๆ
Mori Kamolvutana
Did you like this? Share it: