Archive for August, 2011

งานคืบหน้า Animation + Rotobrush ใน After Effect

กลับมาป่วยอีกแล้วฮ่ะ
ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไร ไม่ค่อยแข็งแรง
เป็นๆ หายๆ จนตัวฉันคิดว่าป่วยการเมืองหรือเปล่า
(ไม่ป่วยแต่หลอกตัวเองว่าป่วย ฉันหลอนมากไปแล้วนะ)

อาทิตย์ที่แล้วนั่งฮึดสู้ฟัดกับสิ่งที่เรียกว่า Flash มา
เหมือนจะเข้าใจมากขึ้น…นิดนึง 555
อุตส่าห์ทุ่มทุนก็อปงานอาจารย์ตั้งหนึ่งชิ้น
ตอนนี้เริ่มวาดรูปใน Flash ได้เก่งขึ้นแล้วล่ะ เย้ เย \^0^/
ใช้ object กับ edit ได้คล่องขึ้นมาก (ค่อยมีกำลังใจสู้ต่อไป ฮือๆ)

พอใช้ได้ดีแล้ว…ศุกร์ที่แล้วอาจารย์ก็เริ่มสอนเรื่องใหม่
นั่นก็คือให้ใช้โปรแกรม After Effect อ๊ากกกกกกกก ToT


ก่อนที่จะโหยหวนกับ After Effect กลับมาที่เรื่องอนิเมชั่นก่อน…
การทำ tweening หรือภาพเคลื่อนไหว
มีวิธีทำด้วยกันสี่แบบก็คือ Motion Tweening, Shape Tweening, Classic Tweening แล้วก็ Bone
บางเทคนิคก็ใช้ในจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไปอย่างเช่น Shape Tween
ก็ใช้สำหรับเปลี่ยนรูปทรงง่ายๆ จากรูปนึงไปเป็นอีกรูปนึง
หรืออย่าง Bone ก็จะจำลองเป็นเหมือนกระดูก ให้เคลื่อนไหวได้ตามจุด(ข้อ)ต่างๆ
เดี๋ยวจะโพสลิงค์ยูทูปเอาไว้ข้างล่าง สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการศึกษาต่อ

อนิเมชั่นของฉัน ฉันเลือกใช้แค่ Classic Tween เพราะว่า
หนึ่ง พื้นฐานแรก
สอง แก้ไขง่าย ไม่ซับซ้อน
ซึ่งถูกทุกข้อ สำหรับ บิกินเนอร์
Shape Tween ก็เล่นง่ายเหมือนกันนะ
แต่โดยตัวงานชิ้นนี้ยังหาไม่เจอว่าจะใส่อะไรเข้าไปตรงไหน

ตอนนี้ก็ยังเล่นๆ ไปก่อน
สังเกตุได้ว่า detail ค่อนข้างเยอะ
ขาดไม่ได้…ถ้าให้ฉันทำแบบ Simpson ก็คงไม่ไหว
ก็จบเรื่องFlashแต่เพียงเท่านี้

ในคลาสที่ผ่านมา อาจารย์ให้งานกลุ่ม
คิแต้องผลัดกันถ่ายรูปตัวเอง (time lapse) แล้วมาทำวิดิโอ
อาจารย์ไม่กดดันให้โจทย์เป๊ะๆ มาก
บอกว่า ไม่ต้องมีควายหมาย เอ๊ย ความหมายอะไรเลยก็ได้
ให้เป็นเหมือนเล่นละครใบ้

เราก็เลยคิดมุกจุดโคมลอย (บอลลูน)
มีล้วงกระเป๋าหาไฟแชค (ซึ่งเพื่อนในกลุ่มชอบ)
แล้วจากนั้นก็เอาไฟล์มาทำเป็นภาพเคลื่อนไหว
ซึ่งก็คล้ายๆกับโปรเจคที่ผ่านมาครั้งที่แล้ว
แต่คราวนี้จะเรียน feature ตัวนึงของ After Effect
ที่ชื่อว่า Rotobrush

หน้าที่ของ Rotobrush นี้คือลบในบริเวณที่เราไม่ต้องการในวิดิโอหรือภาพเคลื่อนไหว
แล้วสามารถซ้อนอีกภาพหรือวิดิโออีกอันนึงเข้าไปได้
จากที่เห็นในรูปข้างบนคือว่า…ลบผิดที่…กลับกลายเป็น Backgroundที่ควรจะหายไปก็ยังอยู่
ตัวฉันที่ควรจะอยู่ก็…หายไปซะงั้น
(ฉันก็เพิ่งเขียนอีเมล์ไปหาอาจารย์…หวังว่าแกจะแนะนำอะไรกลับมาได้มั่ง)

อัพเดทหมดแล้วค่ะ ^__^
ปิดท้ายด้วยภาพซีนสุดท้ายจากอนิเมชั่นของเรา

xxxxx
Mori Kamolvutana
.
.
.
Online Tutorials
Shape Tween :: 01, 02
Classic Tween :: 01, 02
Motion Tween :: 01, 02, 03
Bones :: 01, 02, 03

Did you like this? Share it:



Comments (2) »

life drawing + animation class

หลังจากที่ไปวัดมา
ก็มีเหตุการณ์ดราม่าในชีวิตเล็กน้อย(ถึงใหญ่) ตอนนี้เคลียร์ลงตัวละ
มือโดนน้ำมันลวกก็ปวดทำอะไรไม่ได้ไปสองวัน ทำให้งานดองมากมาย

เมื่อปลายอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ข่าวว่ารูปภาพเราติด
finalist ของ Drawing Art Competition ใน Melbourne
ทำให้ลั้ลลาขึ้นมาหน่อย…^_^(มาก)
จะมีงานโชว์ปลายเดือนหน้าแหละ
ตื่นเต้นมาก รีบติดต่อกับเพื่อนที่อยู่เมลเบินจะบินไป opening
ถ่ายรูปตัวเองกับงานแสดงมาเป็นที่ระลึกให้หายเห่อ >_<

อ้อ เสาร์ที่ผ่านมาฉันไป openday ของ National Art School มา
ที่นี่เรียกได้ว่ารร.ศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดในออส(คิดว่า)
รร.(แต่จริงๆสอนถึงระดับมหาวิทยาลัยนะ)เค้าจะเน้นหนักแนว traditional มากกว่ามหาลัยของเรา
(อย่างแผนก drawing นี่วาดตั้งแต่แปดโมงครึ่งยันสี่โมงครึ่งจันทร์ถึงศุกร ถ้าไม่เก่งนี่ให้มันรู้ไป)
ใน section life drawing class(ฟรี…)
ฉันได้เจอกับศิลปินที่มีฝีมือจาก Canberra

ตอนแรกฉันเห็นรูปที่แกวาดด้วยเกรยอง
เส้นแกเรียบง่ายมากแต่…สวย ให้น้ำหนักดีมาก
ฉันก็เลยชมแกแล้วก็เริ่มคุยกัน
น้า(ดูไม่แก่มาก)แกเล่าว่าเรียนจบสายIT มา ตอนนี้เป็นครูสอนศิลปะ ทุกอย่างแกฝึกด้วยตนเอง (แกเป็นศิลปินสีน้ำ)
ซึ่งinspire การวาดรูปให้ฉันมากจากการเล่าของแก (ฟังแกเล่ามากกว่า คุยแต่แปบเดียวเอง)
นอกจากนี้ยังบอกให้วาดรูปวันละ 20 รูป เสกตทุกอย่างที่ขวางหน้า
อ๊ากก ทำไม่ไหวแน่เลย แต่ก็จะพยายาม ขอซัก 5 รูปก่อนแล้วกัน ฮิๆ
ใครทำได้คนนั้นเก่งแน่นอน ลองเอาไปทำดูนะ ;)

ก่อนจากกันน้าเอารูปเสกตรูปนี้มาให้…

ดีใจๆๆๆ
.
.
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้วาดรูปมากมาย ขนาด 20 รูปต่อวัน
ฉันช่วงนี้วาดรูปเยอะมากขึ้นจากอาทิตย์แรกๆที่เปิดเทอม
แต่รูปก็ใหญ่ๆ ไซส์ A1 A2 กันไป…เพราะเอามาจาก life drawing class
เนื่องจากลืมถ่ายบ้าง อะไรบ้าง…แต่พยายามจะเอามาลงให้ดูนะ
ตอนนี้มีบางรูปที่ถ่ายไว้อย่างรูปที่ส่งงานประกวดของมหาวิทยาลัย
กับ รูปที่ไปวาดที่ NAS
ดูกันเลย
images by free.in.th
รูปนี้โดนแบนจาก photobucket แง แง
ใช้เวลา 15 นาที

Mori's Life Drawing IIรูปนี้ของจริงโพสสวยมากๆ ป้าแกโพสได้เริ่ดมากกกก (20 นาที)

ส่งประกวดภายในหัวข้อ “ความปลอดภัย” เพื่อนเยอรมันบอกว่า safe sex รึเปล่าเนี่ย – -(หมายเหตุ :: ภาพนี้ยังเพ้นท์ไม่เสร็จค่ะ…ส่วนภาพที่เสร็จแล้วดันส่งไปแล้ว – -)

ดูงาน tradition ไปพอหอมปากหอมคอ…
มาเว่ากันต่อเรื่องคลาสเรียนอนิเมชั่น
อาจารย์ดูงานเราแล้วที่อนิเมทออกมา
แกชอบคาแรคเตอร์ของเรา แล้วก็เนื้อเรื่อง (เย่\^o^/)

.
แต่ แกให้ไปฝึกวิธี animate มาใหม่
พอมานั่งๆ คิดก็เหมือนว่าจะต้องเปลี่ยนแนวคิดของเราใหม่หมด
ต้องลืมสิ่งที่คิดอยู่ตอนนี้แล้วเริ่มจาก 0
จะอธิบายให้ฟัง…

ฉันมองอนิเมชั่นว่าคือการวาดเฟรมต่อเฟรม
(คิดว่าหลายคนถ้าคิดถึงอนิเมก็ประมาณนี้)
แต่เนื่องจากการเรียนที่ COFA ที่เน้นเอาเร็ว เอาคอนเซป เบสิค..ตัวใครตัวมัน
ไม่มีเวลาที่จะมานั่งวาดเฟรมต่อเฟรม แล้วแก้
อาจารย์เลยสอนให้ใช้วิธีลัด ฝึกใช้ motion tween กับ classic tween
ซึ่ง…งง…แล้วอาจารย์ก็…ให้คลิปมาดู…ให้ทำตาม
วิธีการอนิเมทแบบใช้ตัวช่วยนี้มี 4 วิธีด้วยกัน
นร.ก็ต้องเลือกเองว่าจะใช้วิธีไหนกับเรื่องยังไง ซีนไหนในเนื้อเรื่องของตัวเอง
สำหรับคนที่ไม่มีปสก.นี่ยากอยู่นะ ต้องรู้จุดเดนจุดด้อยของแต่ละเทคนิค
ท้าทายและท้อแท้จริงๆ

นอกจากนี้เราต้องฝึกวาดรูปในแฟลช
จะว่าว่าเหมือนกับ illustrator ไหมก็ไม่
ออกแนวกิ๊กก๊อกกว่า
แต่ด้วยความกิ๊กก๊อกนี่แหละ ที่ทำให้มันยากที่จะคอนโทรล
เราจะบ้าตาย…(จริงๆนะ)

ฉันไม่แตะอนิเมชั่นมาสองอาทิตย์แล้ว
พยายามลืมทั้งหมดที่รู้ หรือ คิด เพื่อที่จะเรียนใหม่ทั้งหมด
และ คิดว่า…จะลองลอกอะไรที่อาจารย์ทำ ตัวอย่างคลิปทั้งหมด แต่ให้เป็นตัวละครของเราเอง
(หวังว่า)หลังจากนั้นฉันจะรู้มากขึ้นว่าอะไรเป็นอะไร
ว่าแล้วก็แปะงานอาจารย์ให้ดู จะได้ระลึกได้ว่า..เราควร as simple as these

เอาใจช่วยฉันด้วยนะ!

xxx
Mori Kamolvutana

Did you like this? Share it:



Comments (2) »

ไปวัดมา

แวะมาเล่าหน่อย
นอกเรื่องมากๆ แต่แบบไม่ไหวจะเคลียร์(กับใครดี)

ภาษาอาจจะไม่ไพเราะเท่าไหร่
พิมพ์ไปหงุดเหงดไป แถมไปทอดเฟรนฟรายน้ำมันลวกมือ (ถือใครจะทำโทษเรา?)
ดีที่อากาศที่นี่เย็นไม่ค่อยแสบเท่าไหร่(ลวกทั้งมือค่ะ)

เรื่องมีอยู่ว่า
วันอาทิตย์ที่ผ่านมารูมเมทเก่า(คนไทย) ชวนไปวัด
เราก็นึกว่าวัดแบบไทยๆที่เราเคยไปกัน
แต่พอไปแล้วแอบหลอน

ก็…เริ่มจากพอขึ้นรถ เสียงเพลงสวดจีนก็ดังมา …แต่นี่ยังไม่แปลกเท่าไหร่ป้ะ
ถึงจะไม่ใช่แนว น้าๆ ป้าๆ ก็เปิดที่เมืองไทย…
แปลกขึ้นเรื่อยๆ ก็คือคนขับรถ (ซึ่งเป็นเพื่อนของรูมเมท และเป็นตำแหน่งอะไรซักอย่างในวัด) วัยกลางคนจบดร.ด้วยนะ
อธิบายเกี่ยวกับวัด
แกพูดขึ้นมาว่าวัดไม่มีพระ
อ้าว เรางง ไม่มีพระแล้วมีอะไร
อ๋อ มีอาจารย์….

ถามว่าอาจารย์เป็นใคร…
ก็เป็นผญ วัยกลางคน  (ตอนแรกเค้าไม่บอก…ให้ไปรู้เอง)
เค้าว่ากันว่่าแกก็เหมือนพระ มัีความรู้ทางด้านพุทธศาสนาเยอะ
โมริก็เลยถามไปอย่างงงๆว่าอ้าวแล้วทำไมไม่ไปบวชเป็นพระเลยล่ะ
ไหนๆเผยแพร่ศาสนา”พุทธ”แล้ว

เขาก็ว่าต่อว่า ถ้าบวชแล้ว…จะเข้าไม่ถึงทุกศาสนา
ก็จะมีช่องมากั้นทำให้เข้าไม่ถึงทุกคน
ที่วัดไม่ต้องการแบ่งแยกนิกายหรืออะไรทั้งสิ้น

พอไปถึงวัดซึ่งก็พอจะคิดภาพออกว่าวัดไทยในเมืองนอก
จะออกแนวเป็นบ้านมากกว่าวัดที่มีสถาปัตยกรรมอนุรักษ์แบบที่เห็นในประเทศไทย
เออก็เป็นบ้าน เดินเข้าไปทุกคนก็ทักทาย
ที่วัดนี้มีจีนครึ่งนึง ไทยครึ่งนึง….
เค้ากำลังเตรียมอาหารกันอยู่ จะมีเทกระจาดกัน
เราก็ง่วง คืนก่อนหน้านั้นนอนน้อย มึนๆ เบลอๆ ไปตามเรื่อง
ก็ไปนั่ง

นั่งเสร็จก็มีคนเอาใบอนุโมทนามาให้กรอก
บอกว่า…จะทำบุญพิมพ์หนังสือเราก็…โอเค..ชอบให้คนฉลาด
จากนั้นก็มีน้าคนนึงมานั่งคุยด้วย (ข้างๆเรามีพี่คนท้องคนนึงที่มาด้วยกันนั่งอยู่ด้วย)
ตอนแรกๆก็คุยเรื่องทั่วไปสัพเพเหระ แล้วน้าแกก็ชวนมานั่งเปิดธรรมปลายเดือน
เปิดธรรม …ทำยีงไง เหมือนมาปูพื่นฐานไรงั้น
ไม่เหมือนมาบวชชีนะ เพราะว่ากินได้ตลอดทั้งวัน
ก็แปลกอ่ะ
คุยซักพักเข้าก็เรียกให้ไปสวดมนต์ ซึ่งก็ไม่ใช่สวดมนต์แบบอะระหังสัมมา
ชั้นพระเป็นแบบจีน มีเทพจีนเต็มไปหมด มีผช.สองคน(คน)

ยืนด้านข้างศาลเจ้า หันหน้าเค้าแล้วก็สวดมนต์เหมือนตะโกนรับกัน(เสียงดัง)
แล้วก็พวกเด็กใหม่ อย่างเรา ก็โดนจับไปยืนข้างหลัง
แล้วข้างหน้าเราก็มีเบาะที่ไว้วางเข่า หกใบตั้งอยู่
ซึ่งก็มีเหล่าซือ…ใส่กี่เพ้า(แบบไม่เซกซี่) บางคนก็ใส่สูทกระโปรงคลุมเข่า(ไม่เซกซี่อย่งแรง…แหงละแกมาวัด)
มาเดินพาเหรด(คือจริงๆแกไหว้พระกันมั๊งแต่แบบมีเดินไขว้ มีเอาขาพาดฟูกแล้วเอาขาออก โอ๊ยงงไปหมด)

พอแกไหว้เสรจอาจารย์ที่เป็นผญกลางคน แกเป็นเหมือนลีดเดอร์ แกก็มาไหว้ จุดธูปถวายของไป
แต่ในแนวทางที่แบบ ….ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ในศาสเจ้าที่เมืองไทย
จากนั้นเค้าก็ให้พวกเราไปนั่งคุกเข่าที่เบาะ
พี่รูมเมทเก่ามาบอกให้เราถอดแว่น…เพื่อให้คำนับ…
ยังงงอยู่ทำไมตอนนั้นตรูทำไปวะ แม่งโคตรขัดใจ..
ก็มีวิธีการคำนับที่unsual ด้วยนะ มือจะต้องประสานกันเป๊ะๆ แล้วก็เอาลงไปแปะที่เบาะทำท่าเหมือนปั๊มหัวใจแต่ต้องทำcombo
พอจบพิธี รอบๆเราที่มีคน(รุ่นพี่)มายืนรอบๆทุกคนก็ร้องแสดงความยินดีด้วยกับเรา
เราก็งง ที่บ้านควายก็ไม่ได้คลอดลูก มายินดีกับกันทำไม เอ้อ ที่บ้านไม่มีควายเลี้ยงด้วยนี่หว่า…ยิ่งงงหนัก

นั่นแหละจากนั้น..งพวกเด็กใหม่อย่างเราก็โดนจับไปนั่งเลคเชอร์
พระพุทธศาสนา 101 เอ๊ะแต่มันพระพุทธศาสนารึเปล่าเรายังงง

เค้าว่ากันว่าสมัยก่อน…สมัยจีนโบราณ
มีเพียงกษัตริย์เทานั้นที่ได้เรียนศาสนา
อีกกี่ร้อยปีต่อมาไม่รู้พวกนักปราชญ์ก้ได้มีโอกาสเข้าถึงพระพุทธศาสนา
ไอ้เราก็ไม่รู้ประวัติศาสตร์จีนหรอกนะ ไม่ค่อยสนใจด้วย
แต่พอเจ๊แกเล่าต่อว่า…พระพุทธเจ้านั้นสอนพระพุทธศาสนาแค่กับพระมหากษัตริย์อันนี้ค้านค่ะ
ใช่ซะที่ไหน แล้วเจ๊ก็ยังผูกเอามาอีกนะ เนี่ย 1250 รูปที่มารวมกัน…เป็นเพราะ…อะไรซักอย่างที่ไม่ได้เกี่ยวกันเล้ย (ฟังไปหงุดหงิดไปเลยจับความมาไม่หมด

อ้อ ศาสนาพทธที่วัดนี้มีไตรรัตน์ด้วยนะ
แต่ไตรรัตน์ที่นี่คือ…อะไรก็ตามท่ีไม่ใช่พระพุทธ พระธรรม พระสง
แต่เป็นคำห้าคำ การไหว้ แล้วอีกอย่างคือ…ลืมอ่ะฮ่าๆๆ
เจ๊แกให้พวกเราจำคำจีนห้าคำ
แล้วบอกว่า”อย่าบอกใครนะ”
เราถามต่อ ทำไม
เค้าบอกว่า…กฏสวรรค์ ห้ามแพร่งพราย
ต้องเป็นผู้ที่ร่วมทำพิธีเท่านั้น ให้รู้ไว้ในใจ แต่ห้ามบอกต่อ
กรูงง….ค่ะ  (ลืมด้วย…)

หลังจากการเลตเชอร์หน้ามึน…เราก็..ไปกินข้าว
ที่นี่เค้าทานเจกัน อาหารก็คือของที่ทุกคนเอามา
ก็กิน…เยอะมาก เพราะหิววว

จากนั้นก็..นั่งหน้ามึน คือแบบ…ไม่อยากคุยกับใครเพราะรู้สึกว่าแต่ละคนนี่แปลกๆ
ย้ำพูดว่าตัวเองเป็นคนธรรมมะธรรมโมตอนอยู่เมืองไทยเข้าวัดบ่อย…
สงสัยคงได้แต่เข้า แกนหลักคำสอน ยังจำไม่ได้ แล้วมาฟังวัดที่นี่ยังเชื่ออีก
บางคนก็พูดว่าดีใจที่ได้ทำดี บอกว่าขัดเกลา…ให้ผ่องใสขึ้น
ก็ดีใจด้วยนะแต่แบบ…ฟังแล้วขนลุกว่ะ

ระหว่างนั้นก็มีใครซักคนเดินมาบกว่า
ชื่อที่ให้ไปตอนทำบุญพิมพ์หนังสือน่ะ เอาไปเขียนใส่กระดาษแล้วเผาไปแล้วนะ
ตอนนี้ชื่อเธอไม่อยู่ในบัญชีนรกแล้วนะ…ขึ้นสวรรค์แล้ว…
กรู…มาทำอะไรอยู่ที่นี่!!!

Did you like this? Share it:



Comments (2) »

sketch

ได้ตั้งแต่วีคสอง สเกตในห้องเรียน (อาจารย์เลคเชอร์นานจัด)
มั่วไปมั่วมา…สำหรับโปรเจคที่จะทำในเทอมนี้

Did you like this? Share it:



Comments (3) »

Animation Class @ COFA (Character Design + Time Lapse Video)

สวัสดีค่ะเป็นอย่างไรกันบ้าง
วันนี้มีเรื่องมาเล่าละน้าา+
(ถ้าไม่มีเรื่องมาเล่าคงไม่มาอัพบล๊อคหรอกเนอะ –^o^)
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโมริได้ทำ time lapse film ด้วยล่ะ

Time lapse คือวิดิโอที่เอาภาพถ่ายมาเรียงๆ กันแล้วทำให้มันดูเคลื่อนไหว
เป็นฟิลม์ก็ไม่ใช่ ภาพถ่ายก็ไม่เชิง ลูกครึ่งอ่ะค่ะ

 

กิจกรรมนี้อาจารย์ต้องการให้เข้าใจคอนเซปของอนิเมชั่น การเคลื่อนไหวให้เป็นธรรมชาติ และเรื่องเฟรม
เป็นต้นว่า เวลาเราเดิน จังหวะในการเดิน ก้าวขา ก็ไม่เท่ากันแล้วใช่มะ (โมริตอบในใจว่าจะไปรู้หรือ ไม่เคยสังเกตุ :p)
แกอยากให้คิดตรงนี้ออกมาได้ คำนวณในใจได้เลย แอคนี้กี่เฟรม กี่วิ
ก็บอกต่อว่ามันไม่ใช่ของที่จะเข้าใจหรือฝึกกันจนเคยได้ง่ายๆ
แต่ก็อยากได้ทำให้ได้อ่ะนะ ฮ่าๆ

ซึ่งตอนที่อาจารย์อธิบายเราก็เหมือนจะเข้าใจนะ (แปลว่าไม่เข้าใจ แต่ก็เกทขึ้นหลังจากเพื่อนสาธยายให้ฟังอีกรอบ)
แกทำให้ดูด้วย (ซึ่งฮามาก)
คือแบบ อาจารย์เดินอ้าขากว้างๆ กระโดดเป็นวงกลม แล้วก็เดินไปชนกำแพง ลงไปนอนกองที่พื้นแล้วดิ้นกระแด่กๆ
ระหว่างที่แอคก็ต้องค้างเพิ่อให้อีกคนนึงถ่ายรูป
ตอนค้างนี่แบบ…อาจารย์มีแอบแปบนะ…ขอพักก่อนเหนื่อย ค้างนานเดี๋ยวเส้นยึด
(เพื่อนๆลองจินตนาการว่าอาจารย์ก็อายุมากแล้ว น่าจะ50 แล้ว การที่ลงไปนอนกลางพื้นห้องเรียนแล้วดิ้นกระแด่กๆ
มันจะฮาขนาดไหน นร.กลั้นหัวเราะกันทั้งห้อง แถมแกยังภาคตัวเองอีกว่าฉันนี่ดูน่าสมเพชจัง…)

จากนั้นพวกเราจับกลุ่มกันออกไปทำวิดิโอ(ให้เวลาหนึ่งชม.)
กลุ่มโมมีสี่คน ตัวฉันทำมือเป็นพัดแล้วก็มาประกบกันตรงกลาง คบมือ
(อาจารย์บอกว่า smooth, nice มาก ตอนที่คิดอ่ะนะ…คือ…จริงๆไม่ได้คิด ๕๕๕๕
โดนเพ่ือนกดดันให้ทำเป็นคนแรกเลยได้วิดิโอมาประมาณแค่สี่วินาทีเท่านั้น)

หนุ่มญี่ปุ่นทำเป็นมูนวอค ชนกำแพง เพื่อนอาหรับสองคนแสดงคู่กันเป็นมุกแกล้งดึงเก้าอี้


พอกลับไปที่ห้องเรียนอาจารย์ก็ให้ใช้ Quicktime Pro รวมช้อทเพื่อให้เป็นฟิล์มแล้วก็ให้ทุกคนเดินไปดูของคนอื่น

ของกลุ่มอื่นก็มีความคิดสร้างสรรค์กันมากๆ
อย่างมีกลุ่มน้องๆ สองกลุ่ม (น้องๆ…เพราะว่าเป็นเด็กป.ตรี) เขาเป็นเพื่อนกันสามคนก็เลยทำเป็นซีนรวมกัน
ประมาณว่าเดินด้วยตัว (เดินแบบหนอน) กระดีบบนพื้นแล้วขี้นกำแพง (คนที่ทำ เป็นผช.ดูแข็งแรงมาก)
แล้วน้องผญ.อีกสองคนประกอบฉากเดินไปในทิศตรงกันข้ามแล้ว แล้วก็มีฉากตบกัน (ตบแบบสโลโม และตบแบบสปีดอัพ)

อีกกลุ่มนึงเป็นสามสาวถ่ายทำกันตรงทางเดินใน F Block
ทำเป็นเล่นเก้าอี้คอมเด้งไปเด้งมาแล้วก็มาโผล่เป็นจูออน (อย่างฮา) จากนั้นก็ไปเป็นตัวตุ่นในห้องคอม

รู้สึกว่าเล่าแล้วมันไม่เห็นภาพเลยเนอะ แต่ชอบอ่ะค่ะ เลยต้องเล่า

.
.

.

อีกอย่างคือ
รู้สึกว่าเวลาเรียนกับนร.ต่างภาคแล้วจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ
ความสร้างสรรค์ที่ก็เป็นคนละแบบกับเมเจอร์ของโมริ
(ซึ่ง…จะออกแนวล้ำลึกๆ จนบางครั้งก็ยากที่จะเข้าใจ)

พอทุกกลุ่มโชว์งานของตัวเองเสร็จ
อาจารย์ก็เดินมาคุยตัวรายตัวเรื่องโปรเจคเดี่ยวอันต่อไป
จานให้ดีไซน์คาแรคเตอร์มาสองตัว โดยที่ต้องทำอะไรกัน
ภายใต้คอนเซปว่า Accident


แม้แต่น้องๆที่เป็นเด็กออสยังงง ว่าอาจารย์ต้องการอะไร(ฟระ) ต้องวาดรถชนกันที่สี่แยกอะไรอย่างงั้นเหรอ

โมริก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ก็พรีเซนท์ให้อาจารย์ไปแบบมึนๆ งงๆ
(งงตลอดอ่ะค่ะ เวลาเรียนวิชาสายมีเดียอาร์ต)
อาจารย์ก็แค่ถามว่านี่ฉันวาดแยกเลเยอร์หรือเปล่า(ฉันก็ตอบว่าใช่ค่ะ)
รูปภาพน่ารักมาก (ขอบคุณค่ะจาน จะดีมากถ้าอาจารย์ให้คะแนนหนูเแทนคำชม) บอกว่า…ทำเลยๆ
โมก็ดีใจนะคะที่อาจารย์ชอบ แต่ว่า…
อาจารย์ที่ชมแล้วไม่ตินั้นต้องระวังเป็นพิเศษ ๕๕๕๕
จะเป็นเหมือนเดวิด อีสวูด…-_-

หวังว่า…จะเข้าใจเรื่องอนิเมชั่นมากขึ้น
ขอจบเพียงเท่านี้ เดี๋ยวก็ลองไปมั่วแฟลชต่อ
งงๆเง็งๆกันต่อปายยยยย อิอิ

Take Care!
Mori Kamolvutana

 

Did you like this? Share it:



Comments (6) »